สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน อ.เจน นะคะ (หรือจะเรียกพี่เจนก็ได้ค่ะ เพื่อความเป็นกันเอง)
ขอแนะนำตัวแบบง่ายๆ ก่อนเลย พี่เรียนจบปริญญาเอกสาขาวิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสอนวิชา Biology เป็นหลัก รวมถึง Biochemistry ที่ Learning Hub ค่ะ
สำหรับ blog แรกนี้ พี่ขอเริ่มต้นด้วยการแนะนำเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการเตรียมตัวก่อนสอบ MCAT นะคะ
ก่อนอื่น ต้องรู้จัก MCAT ก่อน
สิ่งแรกที่น้องๆ ต้องทำคือ ทำความรู้จักกับข้อสอบ MCAT และรูปแบบของข้อสอบให้ดีก่อนเริ่มวางแผนอ่านหนังสือ
MCAT แบ่งออกเป็น 4 sections ได้แก่:
- Biological and Biochemical Foundations of Living Systems
- Chemical and Physical Foundations of Biological Systems
- Psychological, Social, and Biological Foundations of Behavior
- Critical Analysis and Reasoning Skills (CARS)
คะแนนของแต่ละ section อยู่ระหว่าง 118–132 คะแนน และคะแนนรวมทั้ง 4 sections อยู่ระหว่าง 472–528 คะแนน
จากประสบการณ์การสอน พี่แนะนำให้น้องๆ เผื่อเวลาเตรียมตัวประมาณ 6 เดือน เพื่อให้มีเวลาเรียนรู้เนื้อหา ทบทวน และฝึกทำโจทย์อย่างเป็นระบบ
แล้วเราจะวางแผน 6 เดือนนี้อย่างไร?
พี่อยากให้น้องๆ เริ่มจากการสร้าง to-do list ของตัวเอง โดยแบ่งการเตรียมตัวออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ
1. Study — เรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหา
ช่วง Study เป็นช่วงที่เราเรียนรู้เนื้อหาของแต่ละวิชาเป็นหลัก ทั้งการทำความเข้าใจ concept ต่างๆ และการเรียนรู้คำศัพท์ทางเทคนิคที่จำเป็นสำหรับ MCAT
เป้าหมายในช่วงนี้ไม่ใช่แค่ “อ่านให้จบ” แต่ต้องพยายามทำความเข้าใจว่าเนื้อหาแต่ละเรื่องเชื่อมโยงกันอย่างไรด้วยค่ะ
2. Review — ทบทวนสิ่งที่เรียนมา
ช่วง Review คือการกลับมาทบทวนเนื้อหาที่เราเรียนไปแล้วในช่วง Study อาจใช้แบบฝึกหัดพื้นฐานหรือ Anki flashcards มาช่วยในการทบทวนก็ได้
น้องๆ ไม่จำเป็นต้องแยก Study กับ Review ออกจากกันแบบเด็ดขาดนะคะ สามารถสลับกันได้
ตัวอย่างเช่น เมื่อเรียนเรื่อง Respiratory System เสร็จแล้ว ก็สามารถต่อด้วยช่วง Review ของเรื่องนั้นได้เลย เพื่อให้ความรู้ยังสดใหม่และช่วยให้เราเห็นว่ามีจุดไหนที่ยังไม่เข้าใจค่ะ
3. Practice — ฝึกใช้ความรู้กับโจทย์ MCAT
ช่วง Practice เป็นช่วงที่สำคัญมากๆ ค่ะ
น้องๆ ควรฝึกทำโจทย์ที่ออกแบบมาในรูปแบบใกล้เคียงกับ MCAT เช่น resources จาก AAMC Official Prep หรือ question banks ที่เหมาะสมกับการเตรียมสอบ
การทำโจทย์ไม่ได้มีไว้แค่ทดสอบว่าเราจำเนื้อหาได้หรือไม่ แต่ยังช่วยให้เราประเมินตัวเองได้ด้วยว่า พร้อมสอบหรือยัง และมีเนื้อหาตรงไหนที่ต้องกลับไปเน้นเพิ่มเติม
อีกเรื่องที่สำคัญมากคือการเรียนรู้ style การทำข้อสอบของตัวเอง
เช่น เราควรจัดการ passage อย่างไร? ใช้เวลากับแต่ละคำถามนานเกินไปหรือไม่? เราจัดสรรเวลาในแต่ละ section ได้ดีแค่ไหน?
เรื่องเวลาเป็นสิ่งที่ต้องฝึกค่ะ เพราะในข้อสอบจริง science และ Psychology/Sociology sections มีเวลา 95 นาทีต่อ section ส่วน CARS มีเวลา 90 นาที
ดังนั้น การฝึกทำโจทย์ภายใต้เวลาที่กำหนดจึงเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมตัว ไม่ใช่แค่การตอบคำถามให้ถูกเท่านั้น
วาง Timeline ให้ตัวเอง
เมื่อมี Study → Review → Practice แล้ว อย่าลืมกำหนด timeline ให้กับ to-do list ด้วยนะคะ
เช่น สัปดาห์นี้เราจะเรียนเรื่อง Glucose Metabolism และ Lipid Metabolism ให้เสร็จ
การวาง timeline แบบนี้จะช่วยให้น้องๆ มองเห็นภาพกว้างของระยะเวลาในการเตรียมตัวทั้งหมด และรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหนของแผน
แถมยังช่วยกระตุ้นตัวเองด้วยว่า...
เวลาใกล้สอบแล้วนะ พร้อมหรือยัง?
ไฟจะลนก้นแล้วหรือยังนะ 😆
ล้อเล่นนะคะ
ถ้าน้องๆ วาง timeline ไว้ตั้งแต่ต้นและค่อยๆ ทำตามแผนไปเรื่อยๆ พอถึงช่วงใกล้สอบ เราก็จะไม่ต้อง panic เพราะเรารู้ว่าตัวเองเตรียมอะไรมาบ้าง และพร้อมแค่ไหนที่จะลงสนามจริง
อย่าลืมใส่ “เวลาพัก” ลงในแผนด้วย
อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เวลาพัก
อย่าลืมใส่ break เข้าไปใน to-do list ด้วยนะคะ
หลังจากฝ่าฟันเนื้อหามาทั้งสัปดาห์ ลองให้ตัวเองมีเวลาพักสมองสักวัน เครียดไปก็ไม่ดีนะคะ!
การพักเป็นการ recharge ตัวเอง เพื่อให้เรากลับมาเรียนในสัปดาห์ถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
สุดท้ายนี้...
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่พี่อยากนำมาแชร์ให้น้องๆ ค่ะ แต่ละคนสามารถปรับ Study → Review → Practice และ timeline ให้เหมาะกับพื้นฐาน ตารางเรียน และเวลาที่ตัวเองมีได้
สิ่งสำคัญคือ เริ่มวางแผนให้เร็ว ทำอย่างสม่ำเสมอ และคอยประเมินตัวเองระหว่างทาง
ทาง Learning Hub พร้อมพาน้องๆ ลงสู่สนามจริงค่ะ!
เพราะการเริ่มต้นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่งนะคะ
Happy learning ค่ะทุกคน แล้วพบกันใน blog ถัดไปค่ะ
อ.เจน
